Wednesday, July 15, 2009

ข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันนี้มีธุรกิจออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ก่อนจะตัดสินใจคงจะคิดกันไม่น้อยเลย หลายคนที่มักจะคิดว่าจะโดนโกงรึเปล่า ยั่งยืนแค่ไหน ตอนนี้พยายามเปิดใจ หรือเปลี่ยนความคิด มาลองทำก่อนมั้ย ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียกันทั้งนั้นแหละ มาลองดูก่อนดีกว่าว่าการทำธุรกิจออนไลน์มีประโยชน์หรือดีอย่างไร

  • ช่วงเวลาในการทำงานที่เป็นอิสระ มีเวลาเป็นของตัวเองพอที่จะไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมอื่น มีเวลาไปดูแลตัวเอง เสริมบุคลิก หรือกระทั่งการทำงานหลักอื่นๆที่อยากให้มีหลักประกันก็ได้
  • หลายครั้งที่การทำธุรกิจออนไลน์มักมีอะไรให้ประหลาดใจ โดยเฉพาะเรื่องของลูกค้าหรือผู้ที่สนใจ ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวนเข้ามาไม่เท่ากัน
  • เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในการพบปะผู้คน หรือไม่ถนัดที่จะพูดเพื่อสร้างยอดดขาย เพราะธุรกิจออนไลน์ได้มีระบบสื่อสารแทนแล้ว และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การนำเสอนสามารถทำได้หลายรูปแบบมากขึ้น และสื่อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำ ไม่ต้องไปนั่งแก่งแย่งชิงดีชิ่งเด่นกับใคร ทำได้เท่าไหร่ก็ได้ตามนั้น

ถ้านึกอะไรเพิ่มเติมออกแล้วจะมาเพิ่มให้นะ ^^ถ้าสนใจและตัดสินใจว่าอยากจะลองทำ ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลได้จาก mysybersoft

Tuesday, May 12, 2009

เปลี่ยนเนื้อหาอีกรอบ (มั้ง)

ดูไปดูมาชื่อมันไม่ค่อยเข้ากับบล็อก เพราะตอนแรกกะจะให้เป็นไดอารี่ เขียนไปเขียนมากลายเป็นเที่ยวซะเยอะ แล้วยังไปเปิดบล็อกกระจุยกระจายจนต้องเก็บเข้า Favorites จะอัพเดทอันไหนก็เลือกสักอัน บล็อกนี้สงสัยว่าจะต้องทำเป็นพวกรวมท่องเที่ยวเข้ากับออกแบบไปเลยตามชื่อบล็อกที่ดันตั้งมั่วซั่วตามแบบฉบับคนชอบลองของใหม่ (กล้าบอกเลยว่าใช้บล็อกนี้มาตั้งแต่ที่มันยังไม่โยงเข้ากับ Google และตอนนั้นมันยังไม่รองรับ widget ได้ขนาดนี้ด้วยซ้ำ เรียกว่าเข้ามาเล่นตั้งแต่ยังไม่มีอะไรจะให้เล่นจนกระทั่งเล่นได้จนรกหน้าคอมฯเนี่ยล่ะ - ขนาดใช้ css, php, asp กับ xhtml ไม่เป็นนะเนี่ย)
เห็นใครๆที่เปิดบล็อกตัวเองเป็นกูรูกันทั้งนั้น แต่เราเปิดมาทำอะไรไร้สาระกินที่ Server เล่นซะงั้น เราล่ะเป็นกูรูเรื่องอะไรหนอ แฟชั่นถึงจะชอบแค่ไหนก็ยังอุส่ามีคนที่รู้มากกว่าอีกบาน ด้วยความเป็นคนมองโลกแง่ลบของเรื่องเทคโนโลยีทั้งๆที่ขาดมันไม่ได้ซะเอง เลยไปเปิดบล็อกอีกอันโดยเฉพาะ เนื้อหาที่ลงก็จะเน้นไปทางพวกอะไรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ใช่มาอัพเดทอะไรหรอกเป็นแนว IT กับ IDEA มากกว่า และก็มีส่วนของการวิจารณ์เว็บไซต์บ้าง (จริงๆเรียกแนะนำก็ได้นะ) อาจจะไม่ใช่มืออาชีพแต่ก็อาศัยหลักที่เคยทำตอนเรียนโทมาบ้างว่าต้องดูอะไรบ้างเท่าที่จะทำได้ล่ะนะ
ถ้ากูรูจริงๆเลยเนี่ย จะป็นเรื่องของความหมกมุ่นส่วนตัวกับการเป็นคนไร้พรสวรรค์ด้านกีฬาและความอยากที่จะเปลี่ยนความคิดคนไทยที่ว่าคนสอนต้องทำเองเป็นก่อน ซึ่งไม่จำเป็นและไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะถ้าอยากจะเป็นชาติพัฒนาแล้ว อเมริกา หรือกระทั่งเกาหลี ญี่ปุ่นที่ว่าพัฒนาแล้ว "โค้ช" ยื่นสั่งๆๆๆ อยู่ข้างสนามและดูท่าไม่น่าจะเล่นเป็นหรือเล่นเก่งด้วยซ้ำ แต่นักกีฬาที่เค้ายื่นสั่งไปถึงระดับโลกแล้ว และเราก็เป็นอีกคนที่อัดแน่นเรื่องของกีฬา และเทคนิด ที่แม้ว่าจะทำเองไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็ดูเป็นและสอนได้ก็แล้วกัน เพียงแต่ใครจะเชื่อ โดยเฉพาะคนไทยที่แคร์แค่ว่าคนสอนต้องทำเองเป็นก่อน (ถ้าคนเรียนเก่งกว่าคนสอนไม่ได้ แบบนี้จะพัฒนากันได้ยังไงล่ะ)
อยากรู้ว่าเป็นกูรูเรื่องที่ว่านี่คือเรื่องอะไร แล้ว "กูรู้" แค่ไหนไปอ่าน ไปดูเองได้เลยใน wordpress นั่งทำจนตั้งใจจะทำหนังสือหาเงินบ้าง แต่ทางสำนักพิมพ์ก็ดันพากันเงียบกริบหมดไม่รู้ว่าสำนักไหนจะยอมบ้าง บอกก่อนเลยว่าเป็นงานแปลผสมกับประสบการณ์และคำบอกเล่าอีกเล็กๆน้อยๆ (ขอสปอนเซอร์ด่วนนน T_T)
คิดๆแล้ว ปล่อยบล็อกนี้เป็นบล็อกไร้สาระต่อไปก็ดีเหมือนกัน อยากยัดอะไรก็ยัดจะได้ไม่ต้องไปเปิดบล็อกใหม่แยกให้เกะกะ Server กับหน่วยความจำที่ต้องเก็บลง Favorites

Wednesday, April 08, 2009

งดเที่ยว!!!

ตั้งแต่เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดเมืองนอนก็หยุดอัพเดทเรื่องเที่ยวทันที ที่เที่ยวจะมีไปไหนล่ะนอกจากห้างสรรพสินค้าทั้งหลายตามแบบฉบับคนกรุงที่รู้สึกระแวงการเดินทางในประเทศตัวเองเอามากๆ กับข่าวอุบัติเหตุที่ไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวที่คนไปเที่ยวกัน ยอมรับเหมือนกันว่า ที่อังกฤษ ถึงค่าเดินทางจะแพงแต่ก็มั่นใจว่าปลอดภัยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ กฎหมายเค้าแรงพอที่จะทำให้คนไม่กล้าฝ่าฝืนกฎ แล้วยังการสอบใบขับขี่ที่ไม่ได้ให้กันง่ายๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนขับรถให้บริการผู้โดยสาร เห็นแล้วอยากให้มีโครงการดูงานให้กับพวกที่ขับรถทัวร์-รถเมล์ที่มีผลงานดี (ไม่ใช่ดูว่าได้ค่าโดยสารเยอะ ทำจำนวนรอบเยอะ ทำเวลาดีอะไรแบบนั้นนะแต่เป็น) แบบขับไม่ปาดคน ไม่ซิ่ง ไม่ด่า ไม่แซง ง่ายๆคือขับรถมีมารยาท และตามกฎจราจรน่ะแหละ จะได้แข่งกันมีมารยาทแล้วได้ไปเที่ยวดูงานกับเค้ามั่ง จะได้รู้ว่าขับรถให้ปลอดภัยน่ะ ทำยังไง อ่อ แล้วการเช็คการเดินทางที่ทั้งแม่นยำ ละเอียด (ถึงจะตรงไปบ้างเล็กน้อย) ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยที่ไม่ต้องนั่งโทรศัพท์คอยถามแล้วได้รับคำตอบแบบไม่เต็มใจกลับมา ระบบ ขสมก บ้านเราก็ทำได้ดีในระดับนึงที่บอกข้อมูลเส้นทางของรถแต่ละสายมาแล้ว แต่ถ้าเพิ่มเป็นเส้นทางเดินรถบนแผนที่หน่อยน่าจะกระจ่างขึ้นมาบ้างเพราะถนนบางสาย ไม่คุ้นหูก็มีเยอะไป แล้วยังรถบางสายที่น่าจะมีข้อมูลกลับไม่มี (สายที่หายไปเยอะอยู่เหมือนกันนะ)
เรื่องจะลงเกี่ยวกับพวกงานอีเวนต์ จะลงก็ไม่รู้จะเขียนอะไรเพราะกว่าเราจะได้ไปตะลอนๆดูงานพวกนั้น ข่าวเค้าลงประกาศกันปาวๆๆ ไปก่อนเรียบร้อยแล้ว ครั้นจะให้วิจารณ์ว่าบูธเป็นยังไง เจ้าหน้าที่พอมั้ย บริการผู้เข้าชมหรือเรียกคนได้แค่ไหน พริตตี้ชุดเป็นยังไงทำอะไรบ้าง ก็ดูจะมากเกินไปหน่อยแล้วก็ไม่ยุติธรรมสำหรับบูธที่เราไม่ได้แวะไปอีกงี้ แล้วไหนจะเรื่องตารางกิจกรรมพิเศษในงานอีกที่หลายงาน คนเข้าชมไม่ค่อยจะได้รู้เท่าไหร่นัก เล่นมีทุกวันวันละนิดๆหน่อยๆอีก นักเขียน(เล่น)อิสระอย่างเราจะเอางบที่ไหนเดินทางไปเก็บมาเขียนได้ทุกวัน งานไหนที่ไม่ได้ตรงกับความต้องการเราก็ไม่รู้จะไปทำไม ถึงจะเขียนมาก็ไม่ได้มีใครสนใจนี่หว่า แต่ก็ยังเก็บรูปเรื่อยๆอยู่นะ แค่ไม่เอาลงบล็อกแล้วล่ะถ้าไม่นึกอยากจะเขียนอะไรจริงๆ
เรื่องเที่ยว คงงดไปเลยจริงๆล่ะ งานนี้ ถ้าจะมีคงมาแบบประปราย นานทีปีหนแนวๆนี้เลย ส่วนบล็อกนี้จะใช้ทำอะไรแทนมั้ยอันนี้ก็คงบอกได้เลยว่าเก็บไว้แบบนี้ล่ะ ถึงจะกลายเป็นบล็อกเกือบร้างก็เถอะนะ เที่ยวก็ยังมีอยู่บ้างนี่นาแค่ไม่บ่อยเท่านั้นเอง ^^

Saturday, November 29, 2008

ทริปส่งท้าย UK

รวมพลส่งท้ายก่อนที่จะกลับ ทริปเดินทางนอกลอนดอนที่ไม่ได้เอามาอัพเดทซะนานเลย ส่วนตอนนี้ก็กลับมาปักหลักในบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว ส่วนวันนี้คงจะเป็นการโพสย้อนหลัง
สำหรับทริปนี้เดินทางไป York - Blackpool - Edinburgh (Scotland)

York
ไม่มีอะไรมากไปกว่าเดินชมเมือง บนกำแพงเมืองที่เป็นท่อนๆ และเข้าชม Viking ที่เค้าห้ามถ่ายรูปแต่ก็พยายามจะแอบถ่ายมา และแล้วก็ได้มาแบบไม่ชัด เอาเป็นว่า ถ้ามีโอกาสได้แวะไปเมืองนี้ ลองเข้าไปดูเองจะดีกว่า ^^ เค้าเรียกว่า Jorvik Center ล่ะ
ที่ Jorvik ที่ไปมาเค้ามีการนำเสนอที่น่าสนใจมาก เข้าไปในห้องแรก เค้าทำเป็นว่าเราเข้าไปใน Time Machine ย้อนเวลากลับไปในสมัยที่มีพวกไวกิ้ง แล้วเครื่อง error จากนั้นก็ออกไปนั่งรถพาชม ที่รถเค้าจะมีให้กดเลือกภาษาที่จะบรรยายตลอดทางที่นั่งชม เนื้อหาที่บรรรยายจะเล่าประวัติ ความเป็นมา ความเป็นอยู่ของชาวไวกิ้ง ซึ่งแต่ละฉากจัดได้สวยและเหมือนจริงมาก กระทั่งกลิ่นยังมีล่ะ ส่วนที่นั่งรถชมฉากต่างๆกินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วออกมาจะเป็นส่วนของนิทรรศการที่แสดงเครื่องมือ อาวุธ และโครงกระดูกของชาวไวกิ้งที่ต่างกับคนในปัจจุบันอย่างเก็นได้ชัดเลยล่ะ
แต่เสียดายที่โซนที่มีให้ชมไวกิ้งนี่ไม่ค่อยมีร้านอาหารอะไรให้แวะเข้าไปทาน เลยต้องโซ้ยแซนด์วิชมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ไปแทน -_-"

Blackpool
สำหรับเมืองนี้เราเดินทางออกจากเมือง York มาเมื่อตอนเย็นๆ ถึงที่เมืองนี้ค่ำๆก็เข้าที่พัก รอเที่ยวสวนสนุก Blackpool Pleasure Beach กับเครื่องเล่นสูงๆ เน้นแต่รถไฟเหาะเป็นตัวหลักๆกันเลยทีเดียว ขนาดล่องแก่งยังทำคล้ายรถไฟเหาะไปด้วย ทุลักทุเลกันเล็กน้อยในตอนเช้า เพราะว่าต้องเช็คเอาท์ออกจากที่พักแล้วเอากระเป๋าไปด้วย ลากเดินกันไปหาที่ฝาก ยังไม่พอ ที่เช็คมา เน็ตบอกว่าสวนสนุกเปิด 11.00 น. แต่พอไปจริงๆกันเปิดเที่ยง แล้วยังฝนตกอีก ดีที่แถวนั้นมีร้านเกม จริงๆมันเหมือนร้านเกมกึ่งๆบ่อนเล็กน้อย ^^ ก็เล่นรอไปก่อน พอสวนสนุกเปิดก็เอากระเป๋าไปฝาก เค้าคิดใบละปอนด์แต่ต้องไปรับก่อนหกโมงเย็น ส่วนบัตรเข้าเค้ามีบาร์โค้ดไว้แสกนเวลาเข้าไปเล่นแต่ละอย่าง โชคดีที่ไม่ได้รีบจองเพราะถ้าราคาปกติ ยี่สิบปอนด์กว่าๆเลย ไม่รวมโชว์ (ที่นี่เค้ามีสองแบบให้เลือกชม คือเป็น on ice เรียก Hot Ice Show กับที่คล้ายๆ คาบาเร่ต์กึ่งกายกรรมเรียก Forbidden) แต่ตุลาที่ไปนี่เค้ามีโปรโมชั่น 20 ปอนด์เท่ากันรวมโชว์ให้เลือก 1 โชว์ จะไปเสียเปรียบที่เด็กน่ะล่ะที่ต้องไม่สูงกว่า 1 เมตร แต่ถึงจะสูงกว่าก็ได้เล่นอยู่ไม่กี่อย่างเอง เครื่องเล่นเหมาะสำหรับคนที่ชอบรถไฟเหาะจริงๆเท่านั้นล่ะ
อ่อ บัตรไม่จำกัดอย่างและรอบ ขนาดที่ไปเล่นกันเกือบครบ ถ้าไม่นับอันที่ไม่เปิดแล้วนะ ยังเล่นได้แค่อย่างละรอบเอง เครื่งเล่นที่พลาดไม่ได้เค้ามีลงไว้ใน แผนที่ให้แล้วนะ แต่เราก็แนะนำดว้ยว่า เล่นล่องแก่งก่อนเลย เพราะเปียกสุดๆ แล้วไปเล่นอย่างอื่นจะได้แห้งไง อิอิ ล่องแก่งเจ๋งมากๆ จัดฉากยังกะเข้าไปดู Jorvik Viking อีกรอบเลย แต่ว่าเค้ามีทั้งไฟจริง น้ำแข็ง หิมะจริง ไม่พอ มีถอยหลัง ตกหลุมอีก สนุก เสียวดี และเปียกมากก หุหุ แล้วเค้าจะมีส่วนขึ้นลงเยอะกว่าล่องแก่งธรรมดาด้วยนะ (ก็มาเมืองรถไฟเหาะนิ) เล่นเครื่องเล่นตามที่มีในแผนที่ได้เลย เจ๋งจริง... แม้ว่าจาโดนคั่นด้วยออนไอซ์โชว์ไปแต่ก็แปลกไปอีกแบบ (เป็นโชว์ที่ละชุด ไม่เหมือนเป็นเรื่องๆอย่าง Disney On Ice นะ) หลังจากสนุกที่ยังไม่อยากจะเลิก หกโมงเย็นก็ต้องไปเอากระเป๋าและไปรอรถไฟ เดินทางต่อไปที่สก็อตแลนด์ คืนนี้เราไปพักที่สก็อตแลนด์กัน รถไฟรอนานมากกกก

Edinburgh
เที่ยวที่นี่สองวัน เดินเล่นซะเยอะ กว่าจะได้ที่ที่น่าสนใจ น่าเข้า และต่างกับที่เคยเข้าไปดู และแล้วก่อนกลับแบบเกือบจะพอดีกับเวลาขึ้นรถไฟก็คือ ไปดู Scotwhisky Experience ถึงจะคนละหลายตังค์ แต่ได้แก้วที่เค้าให้ชิมกลับมาด้วย เค้าจะมีสอนเกี่ยวกับวิสกี้ เริ่มจากส่วนให้ชิม ว่าต้องดูอะไรบ้าง แล้วเข้าไปฟังขั้นตอนการผลิตที่แบ่งเป็นห้องๆ ตามด้วยนั่งรถชมประวัติความเป็นมาอีกประมาณ 20 นาทีได้



Saturday, October 11, 2008

Stonehenge & Salisbury Cathedral

ไม่คิดว่าจะไปตั้งแต่ตอนที่ไปเที่ยว Bath ครั้งแรกแล้วล่ะเพราะช่างไกลมากมาย และแล้วก็ไปมาจนได้... ก็ยังถือว่าเฉยๆอยู่นะ ค่าเข้าสำหรับนักเรียนอยู่ที่ 5 ปอนด์กว่าๆ ทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Stonehenge เป็นที่จอดรถ เดินลงไปให้ดินทะลุไปขึ้นอีกฝั่งเอา จะไปโผล่ข้างในรั้วที่ล้อมรอบ บริเวณ Stonehenge ไว้ ก่อนจะข้ามฝั่งไป ฝั่เดียวกับที่ขายบัตรและทางเข้าก็จะมีร้านขายของที่ระลึก กับส่วนที่เป็นอุปกรณ์ให้ไปเอามาฟังเอง อธิบายเกี่ยวกับ Stonehenge ก็แบบฟังบ้างไม่ได้ฟังบ้างอะนะ

ส่วนขากลับแวะที่ Salisbury Cathedral โบสถ์ที่เก็บค่าเข้าชม เพราะดูเหมือนว่าเอาไว้ให้เที่ยวซะมากกว่า เนื่องจากเป็นนักเรียนโรงเรียนคริสต์มาเลยเฉยๆกับโบสถ์ มีเวลาเดินน้อยเพราะใช้รถที่เช่าต่อจากเมื่อวานที่ไป Legolanf ไปเที่ยวกันเอง จอดข้างทางได้แค่ชั่วโมงเดียว เลยไม่เข้าแล้วไปเดินเล่นในช็อปเอาแทน แล้วข้างในก็ไม่ให้ถ่ายรูปอีกตะหาก เอาเป็นว่ารูปถ่ายข้างในถ่ายไม่ได้เลยไม่เข้าซะ แล้วมาเซิจเจอในเน็ต เค้าถ่ายไว้สวยๆ (ของทางโบสถ์เองน่ะแหละ) เอาไปดูแทนแล้วกัน

LEGOland @ Windsor

Legoland ที่ Windsor เพิ่งเปิดปีนี้ปีแรก [ปลายปี 2008] ค่าเข้าก็ตกเกือบ 20 ปอนด์ได้ (จองผ่านเน็ตเอา) ส่วนของการเดินทางไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะไปกับครอบครัวของพี่ที่เรียนด้วยกัน เช่ารถขับไปเอง กว่าจะถึงก็เล่นเอานานเหมือนกัน ไปหลงด้วยเลยถึงช้าไปหน่อย :)
ข้างในเป็นโซนๆอารมณ์แบบสวนสนุก เครื่องเล่นไม่น่ากลัวมาก เน้นน่ารัก แบบเลโก้มากกว่า (เราว่าสนุกกว่าดิสนีย์แลนด์เยอะ) เรียกว่าเล่นได้ทุกวัยเหมือนกัน เรื่องเล่นแต่ละอย่างก็แต่ด้วยเลโก้ หรืออย่างพวกที่เป็นแล่นไปตามทางก็จะมีเลโก้ตั้งๆไว้ข้างทาง
แล้วก็ส่วนของ Lego City ที่มาแบบเมืองจำลองที่แบ่งเป็นไฮไลท์ของแต่ละเมือง ที่จัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน รถยนต์ รถไฟ เรือ อุปกรณ์เครื่องมือ ที่ขยับได้จริงๆ พยายามจะเก็บรูปให้เห็นว่าเป็นเลโก้และเห็นทั้งหมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน เมืองอะไร แต่ทำม่ายเป็นหว่า (พาโนรามาก็ป่วยเกินสีมันไม่เคบเท่ากัน ทำทีไรไม่เคยเนียน +แบตกล้องจาหมด)

^ ทางเข้า & ห้องน้ำ

^ โซนแรก & ส่วนที่จัดแสดง lego

^ เลโก้ที่จัดวางแต่งเครื่องเล่น

^ ส่วนของเด็กเล็กเล่น มีน้ำพุด้วย ระวังเปียก :)

^ Lego City

Tuesday, August 19, 2008

Prime Meridian @ Greenwich

Greenwich [South-East London...]


ในโซนนี้มีสามส่วนให้เข้าไปดู ถ้าจากถนนใหญ่จะมี Naional Maritime กับ Queen's House ส่วน Royal Observatory ต้องเข้าไปอีก เดินขึ้นไปบนยอดเนินถึงจะเป็นจุดที่เค้าถ่ายูปกับเส่วนเวลาโลกกัน ไปสองรอบก็แล้ว Queen's House ก็ยังไม่ได้เข้าอยู่ดี ส่วนข้างใน National Maritime เรากลับรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไร เป็นเหมือนที่กว้างๆตั้งร้านกาแฟ มีตู้กระจกใส่อุปกรณ์ดาราศาสตาร์กับพวกเครื่องมือบอกเวลาอะไรนี่ล่ะ ส่วน Royal Observatory รวมอุปกรณ์เครื่องมือคำณวนเวลา จะมีที่น่าสนใจก็ที่เป็นห้องมืดๆ มีโต๊ะสีขาว เป็นสกรีนฉายวีดีโอวงจรปิดจากด้านหน้าผ่านหลังคาลงมา ง่ายๆคือโปรเจ็คเตอร์น่ะแหละ กับบ้าน น่าจะเป็นบ้านของคนที่คิดเรื่องเส้นละติจูดลองจิจูด กับเวลาอะไรนี่ เป็นบ้านไสตล์อังกฤษที่เค้าใช้อยู่ใช้ทำงานอะไรแบบนี้ นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไร ส่วนอื่นๆมันเหมือนจะปิดกันยังไงก็ไม่รู้ ส่วนของตู้ข้างๆสัญลักษณ์ที่บอกว่ามาเหยียบเส่นเวลาแล้วก็เป็นตู้ปริ้นกระดาษที่บอกว่ามาเที่ยวแล้วนะอะไรแบบนี้ ก็หยอดเหรียญยเข้าไปปอนด์นึง กดปุ่มแล้วมันก็จะมีกระดาษออกมา พร้อมกับเวลาที่เรากดและรายละเอียดอีกนิดๆหน่อยๆ แค่นั้น... ส่วนค่าเข้าฟรี แต่เล่นขอ Donate เยอะไปหน่อย อย่าง National Matitime ขอซะ 3.8 แต่เข้าไปไม่มีอะไรให้ดูมากนัก เผลอๆไปเสียค่ากาแฟ ส่วนของบ้านที่อยู่แถวยอดเนินก็เล่นขอซะ 6-8 ปอนด์ ก็โอว่าจักให้ดูน่ะ จัดดีแต่เราว่าเรียกเยอะไปมั้ยอ่า... ว่าไปก็ขี้โกงไปเดินไม่ค่อย Donate ให้เค้าว่ะ อิอิ ก็ไม่มีงานทำนี่หว่า มีให้บ้างนานๆทีแต่แบบปอนสองปอนงี้ (แล้วแต่อารมณ์ว่ะ) ส่วนใหญ่ที่หยอดให้ก็จะหยอดให้เฉพาะที่ที่เค้าให้ถ่ายรูปได้อะ เหอๆๆ

สถานที่นี้อยู่ที่ไหนน่ะเหรอ ใกล้สถานี DLR Cutty Sark แต่อี DLR ปิดซ่อมบ่อยมากกก ช่วงเสาร์อาทิตย์ เลยแนะนำว่าในกรณีที่ไม่มีรถไฟ ให้ไปที่ O2 ให้ได้ ซึงเป็นท่ารถที่รถเมล์ผ่านเยอะอยู่พอสมควรแล้ว ไปต่อรถเอาจากป้ายที่เขียนว่า Greenwich (ดูดีๆด้วยว่าลูกศรบนป้ายหันไปทาง Greenwich รึเปล่า ไม่งั้นไปคนละทางจะไม่ถึงเอา) 188, 286 ที่ไปแถวนี้แน่ๆ แต่สายอื่นไม่แน่ใจ ก็ลองไปดูๆเอาได้ เวลาเปิดปิดก็ประมาณ 10.00-17.00 ด้านหน้าทางเข้าเลยเค้ามีบอกอยู่รายจุดเลยว่าจุดไหนจะปิดกี่โมง วันที่ไปครั้งที่สองนี้ปิดห้าโมงเย็นพร้อมกันทุกจุด (คราวแรกที่มา เป็นวันธรรมดาส่วนบนเนินเลยปิดช้ากว่าหน่อย)

ใกล้ๆสถานี Cutty Sark มีตลาด Greenwich Market ด้วยลองแวะเขาไปดูได้ (วันเสาร์มีชัวร์ แต่วันอื่นไม่แน่ใจ) รูปก็ดูเอาจากในสไลด์ด้านบนแล้วกันนะ :)

Tuesday, July 29, 2008

Portsmouth & Isle of Wight Island on 21 July 2008

ไม่มีเน็ต และไม่ได้ใช้เครื่องตัวเองต่อซะนาน จำไม่ได้ว่ามีที่ไหนก่อนหน้า ที่นี่มั่ง แต่ถ้ามียังไงไว้จะเอามาลงให้ทีหลัง เพราะฉะนั้นวันนี้มารับหน้าร้อน ณ ประเทศอังกฤษกันไปก่อน เพิ่งไปเที่ยวมะเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา เหอๆ ไม่บรรยายนะ ดูรูปเอาเองแล้วกัน เหอๆ